Custom Search

บทความที่ได้รับความนิยม

Translate

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคซึมเศร้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคซึมเศร้า แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2557

โรคซึมเศร้า


การเปลี่ยนแปลงในผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า
การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ อาจเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปเป็นเดือนๆ หรือเป็นเร็วภายใน 1-2 สัปดาห์เลยก็ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย เช่น มีเหตุการณ์มากระทบรุนแรงมากน้อยเพียงได บุคลิกเดิมของเจ้าตัวเป็นอย่างไร มีการช่วยเหลือจากคนรอบข้างมากน้อยเพียงได เป็นต้น และผู้ที่เป็นอาจไม่มีอาการตามนี้ไปทั้งหมด แต่อย่างน้อยอาการหลักๆ จะมีคล้ายๆ กัน เช่น รู้สึกเบื่อเศร้า ท้อแท้ รู้สึกตนเองไร้ค่า นอนหลับไม่ดี เป็นต้น

ลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ 
1. อารมณ์เปลี่ยนแปลงไป ที่พบบ่อยคือจะกลายเป็นคนเศร้าสร้อย หดหู่ สะเทือนใจง่าย ร้องไห้บ่อย เรื่องเล็กๆน้อยๆ ก็ดูเหมือนจะอ่อนไหวไปหมด บางคนอาจไม่มีอารมณ์เศร้าชัดเจนแต่จะบอกว่าจิตใจหม่นหมอง ไม่แจ่มใส ไม่สดชื่นเหมือนเดิม
บางคนอาจมีความรู้สึกเบื่อหน่ายไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง สิ่งที่เดิมตนเคยทำแล้วเพลินใจหรือสบายใจ เช่น ฟังเพลง พบปะเพื่อนฝูง เข้าวัด ก็ไม่อยากทำหรือทำแล้วก็ไม่ทำให้สบายใจขึ้น บ้างก็รู้สึกเบื่อไปหมดตั้งแต่ตื่นเช้ามาบางคนอาจมีอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย อะไรก็ดูขวางหูขวางตาไปหมด กลายเป็นคนอารมณ์ร้าย ไม่ใจเย็นเหมือนก่อน


2. ความคิดเปลี่ยนไป มองอะไรก็รู้สึกว่าแย่ไปหมด มองชีวิตที่ผ่านมาในอดีตก็เห็นแต่ความผิดพลาดความล้มเหลวของตนเอง ชีวิตตอนนี้ก็รู้สึกว่าอะไรๆ ก็ดูแย่ไปหมด ไม่มีใครช่วยอะไรได้ ไม่เห็นทางออก มองอนาคตไม่เห็น รู้สึกท้อแท้หมดหวังกับชีวิต
บางคนกลายเป็นคนไม่มั่นใจตนเองไป จะตัดสินใจอะไรก็ลังเลไปหมด รู้สึกว่าตนเองไร้ความสามารถ ไร้คุณค่า เป็นภาระแก่คนอื่น ทั้งๆ ที่ญาติหรือเพื่อนๆ ก็ยืนยันว่ายินดีช่วยเหลือ เขาไม่เป็นภาระอะไรแต่ก็ยังคงคิดเช่นนั้นอยู่ความรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า ความคับข้องใจ ทรมานจิตใจ เหล่านี้อาจทำให้เจ้าตัวคิดถึงเรื่องการตายอยู่บ่อยๆ แรกๆ ก็อาจคิดเพียงแค่อยากไปให้พ้นๆ จากสภาพตอนนี้ ต่อมาเริ่มคิดอยากตายแต่ก็ไม่ได้คิดถึงแผนการณ์อะไรที่แน่นอน เมื่ออารมณ์เศร้าหรือความรู้สึกหมดหวังมีมากขึ้น ก็จะเริ่มคิดเป็นเรื่องเป็นราวว่าจะทำอย่างไร ในช่วงนี้หากมีเหตุการณ์มากระทบกระเทือนจิตใจก็อาจเกิดการทำร้ายตนเองขึ้นได้จากอารมณ์ชั่ววูบ

3. สมาธิความจำแย่ลง จะหลงลืมง่าย โดยเฉพาะกับเรื่องใหม่ๆ วางของไว้ที่ไหนก็นึกไม่ออก ญาติเพิ่งพูดด้วยเมื่อเช้าก็นึกไม่ออกว่าเขาสั่งว่าอะไร จิตใจเหม่อลอยบ่อย ทำอะไรไม่ได้นานเนื่องจากสมาธิไม่มี ดูโทรทัศน์นานๆ จะไม่รู้เรื่อง อ่านหนังสือก็ได้ไม่ถึงหน้า ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ทำงานผิดๆ ถูกๆ

4. มีอาการทางร่างกายต่างๆ ร่วม ที่พบบ่อยคือจะรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง ซึ่งเมื่อพบร่วมกับอารมณ์รู้สึกเบื่อหน่ายไม่อยากทำอะไร ก็จะทำให้คนอื่นดูว่าเป็นคนขี้เกียจ ปัญหาด้านการนอนก็พบบ่อยเช่นกัน มักจะหลับยาก นอนไม่เต็มอิ่ม หลับๆตื่นๆ บางคนตื่นแต่เช้ามืดแล้วนอนต่อไม่ได้
ส่วนใหญ่จะรู้สึกเบื่ออาหาร ไม่เจริญอาหารเหมือนเดิม น้ำหนักลดลงมาก บางคนลดลงหลายกิโลกรัมภายใน 1 เดือน นอกจากนี้ยังอาจมีอาการท้องผูก อืดแน่นท้อง ปากคอแห้ง บางคนอาจมีอาการปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว

5. ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเปลี่ยนไป ดังกล่าวบ้างแล้วข้างต้น ผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะดูซึมลง ไม่ร่าเริง แจ่มใส เหมือนก่อน จะเก็บตัวมากขึ้น ไม่ค่อยพูดจากับใคร บางคนอาจกลายเป็นคนใจน้อย อ่อนไหวง่าย ซึ่งคนรอบข้างก็มักจะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนไป บางคนอาจหงุดหงิดบ่อยกว่าเดิม แม่บ้านอาจทนที่ลูกๆ ซนไม่ได้ หรือมีปากเสียงระหว่างคู่ครองบ่อยๆ

6. การงานแย่ลง ความรับผิดชอบต่อการงานก็ลดลง ถ้าเป็นแม่บ้านงานบ้านก็ไม่ได้ทำ หรือทำลวกๆ เพียงให้ผ่านๆ ไป คนที่ทำงานสำนักงานก็จะทำงานที่ละเอียดไม่ได้เพราะสมาธิไม่มี ในช่วงแรกๆ ผู้ที่เป็นอาจจะพอฝืนใจตัวเองให้ทำได้ แต่พอเป็นมากๆ ขึ้นก็จะหมดพลังที่จะต่อสู้ เริ่มลางานขาดงานบ่อยๆ ซึ่งหากไม่มีผู้เข้าใจหรือให้การช่วยเหลือก็มักจะถูกให้ออกจากงาน

7. อาการโรคจิต จะพบในรายที่เป็นรุนแรงซึ่งนอกจากผู้ที่เป็นจะมีอาการซึมเศร้ามากแล้ว จะยังพบว่ามีอาการของโรคจิตได้แก่ อาการหลงผิดหรือประสาทหลอนร่วมด้วย ที่พบบ่อยคือ จะเชื่อว่ามีคนคอยกลั่นแกล้ง หรือประสงค์ร้ายต่อตนเอง อาจมีหูแว่วเสียงคนมาพูดคุยด้วย อย่างไรก็ตามอาการเหล่านี้มักจะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อได้รับการรักษา อารมณ์เศร้าดีขึ้น อาการโรคจิตก็มักทุเลาตาม
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก ท่านรองศาสตราจารย์นายแพทย์มาโนช หล่อตระกูล
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

โรคไบโพล่าร์ Bipolar disorder


โรคไบโพล่าร์
เป็นโรคชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดความผิดปกติของอารมณ์ โรคนี้มีหลายชื่อเช่น โรคอารมณ์แปรปรวน , manic-depressive disorder, bipolar affective disorder, bipolar disorder ในปัจจุบันชื่อเป็นทางการคือ โรคไบโพล่าร์ (bipolar disorder) ลักษณะสำคัญของโรคนี้คืออาการผิดปกติของอารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้นอาจเป็นแบบซึมเศร้า (depressive episode หรือ depression) หรือตรงข้ามกับซึมเศร้าคืออารมณ์ดีผิดปกติ
(manic episode หรือ mania) ก็ได้

อาการซึมเศร้า (depressive episode)
อาการซึมเศร้าที่เกิดขึ้นในโรคไบโพล่าร์จะเหมือนกับอาการของโรคซึมเศร้า (major depressive disorder) ทุกประการนั่นคืออยู่ๆผู้ป่วยก็กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ร้องไห้ง่าย คิดแต่เรื่องร้ายๆ รู้สึกเศร้าๆ ไม่แจ่มใส เบื่อหน่ายไปหมดทุกเรื่อง ไม่รู้สึกดีใจเวลามีอะไรดีๆเกิดขึ้น ไม่อยากได้อะไร ไม่มีความสุข เก็บเนื้อเก็บตัวไม่อยากพบหน้าใคร บางคนจะหงุดหงิดโมโหง่าย เบื่อชีวิต อยากตาย บางคนถึงกับฆ่าตัวตาย มีอาการอยู่แทบทุกวันเป็นหลายๆสัปดาห์หรือเป็นเดือน ในช่วงซึมเศร้าผู้ป่วยมักรู้ว่าตนกำลังป่วยนอกจากในรายที่เป็นมากๆ

คนประเภท “ผีเข้าผีออก” ซึ่งหมายถึงเดี๋ยวอารมณ์ดี เดี๋ยวอารมณ์ร้าย เปลี่ยนแปลงไปมาบ่อยๆ จนสร้างความปวดหัวให้คนใกล้ตัว เพราะไม่รู้จะทำงานกับเขาหรือเธออย่างไร
ซึ่งหากความถี่ของอาการผีเข้าผีออกนี้ค่อนข้างสาหัสจนกระทบต่อการทำงาน เขาหรือเธออาจไม่ใช่แค่ถูกอารมณ์ผี (ความโกรธ หงุดหงิด) สิงเท่านั้น แต่อาจจะเจ็บป่วยจากโรคอารมณ์แปรปรวน หรือไบโพลาร์ได้ (Bipolar Disorder) ลองมาเช็กอาการ พร้อมทั้งรู้ถึงสาเหตุและวิธีป้องกันหรือแก้ไขกันครับ

เหตุสารเคมีในสมองไม่สมดุล
   เราสามารถแยกโรคไบโพลาร์และอาการผีเข้าผีออกจากกันได้ว่า ไบโพลาร์มักจะเกิดกับคนที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปโดยเฉพาะกับคนทำงาน สาเหตุเกิดจากสมองผลิตสารเคมี 2 ชนิดไม่สมดุลกัน คือ สารเซโรโทนิน(Serotonin) ซึ่งผลิตในปริมาณน้อยเกินไป และสารนอร์เอพิเนฟริน (Norepinephrine) ที่ผลิตในปริมาณมากเกินไป

 “สารเคมีทั้งสองชนิดมีผลต่อวงจรกระแสประสาทในสมอง ถ้าสมองผลิตสารเคมีได้สมดุล การควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมจะเป็นไปอย่างปกติ ในทางตรงข้ามถ้าสมองผลิตเซโรโทนินน้อยเกินไป อารมณ์หรือพฤติกรรมก็จะเป็นไปทางซึมเศร้า ส่วนการผลิตสารนอร์เอพิเนฟรินปริมาณมากเกินไป เราก็จะแสดงอารมณ์สนุกสนานและตื่นเต้นผิดปกติเช่นกัน”

   ส่วนอาการผีเข้าผีออกนั้น อธิบายว่า เป็นเพียงแค่การไม่สามารถจัดการหรือควบคุมอารมณ์ซึ่งอาจเกิดจากความเครียด ความไม่ลงตัวของชีวิตในด้านอื่นๆ ให้อยู่ในภาวะปกติได้ จึงแสดงอารมณ์หรือพฤติกรรมอย่างไม่เหมาะสมออกมา ซึ่งเป็นเรื่องของวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับไบโพลาร์ซึ่งเป็นโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติทางสมอง

   นอกจากนี้คนจำพวกผีเข้าผีออกแม้จะทำให้คนทำงานร่วมด้วยรู้สึกหงุดหงิด แต่เขาก็ยังสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นเป็นปกติ ต่างจากคนป่วยไบโพลาร์ที่ไม่สามารถทำงานออกมาเป็นผลงานได้

ลักษณะสำคัญของโรคไบโพลาร์

คนไข้จะมีอาการสำคัญ 2 ขั้ว คือ มีอารมณ์รื่นเริงสนุกสนาน ตื่นเต้นผิดปกติ เป็นอาการหลัก และมีอาการซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน โกรธ หงุดหงิดเป็นอาการรอง สลับกันเป็นครั้งคราว

10 สัญญาณมนุษย์งาน ถูกโรคอารมณ์แปรปรวนรุมกินโต๊ะเช็กอาการเบื้องต้นต่อไปนี้ดูครับ
ระยะซึมเศร้า
   • เบื่อหน่ายทุกอย่าง แม้กระทั่งสิ่งที่ชอบหรือกิจวัตรที่ทำเป็นประจำ
   • อ่อนไหวมากเป็นพิเศษ เช่น ร้องไห้ง่าย หงุดหงิดง่าย รู้สึกไร้ค่า คิดอยากตาย
   • ขาดสมาธิ ความจำแย่ลง หลงลืมบ่อย
   • นอนไม่หลับ หรือนอนมากกว่าปกติ รู้สึกเหนื่อยตลอดทั้งวัน
   • เชื่องช้า กระวนกระวาย

ระยะคึกคัก
   • ครึกครื้นรื่นเริงมากผิดปกติ
   • ความคิดแล่น สร้างสรรค์ มีพลังทำกิจกรรมมากมาย
   • พูดไม่หยุด พูดมาก สนใจทุกอย่าง
   • รู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญมาก
   • ไม่อยากนอน
หมายเหตุ : อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นสลับกันเป็นช่วงๆ อาจนานเป็นเดือนหรือปีก็ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการตอบแบบลำเอียง ขอแรงคนใกล้ตัวช่วยประเมินก็ได้ครับ
เรียบเรียงข้อมูลเพิ่มเติมโดย musa samu

รายการบล็อกของฉัน